ผลเสียที่คุณต้องรู้ เมื่อคุณละเลยและปล่อยให้ พ.ร.บ. รถขาด

0 Comments
ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

การขับขี่เดินทางด้วยรถยนต์ มีหลายสิ่งที่เราจะต้องใส่ใจเตรียมพร้อม ทั้งการเตรียมพร้อมเรื่องสภาพรถ การเตรียมพร้อมตัวเองที่เป็นผู้ขับขี่ บางคนเสริมความมั่นใจเข้าไปอีกด้วยการเลือกประกันภาคสมัครใจที่เป็นประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 จะได้มีความคุ้มครองอย่างเต็มที่ อะไรก็ดูดีดูพร้อมไปทั้งหมด แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ก็มีผู้ขับขี่ไม่น้อยที่เตรียมพร้อมทุกอย่าง แต่ดันลืมเรื่องการต่อ พ.ร.บ. รถ

อย่างที่เราทราบกันดี พ.ร.บ. รถยนต์นั้นก็จัดเป็นประกันภัยรถยนต์แบบหนึ่ง แต่เป็นกันภาคบังคับ เจ้าของรถยนต์ทุกคนต้องทำ ซึ่งจะต่างไปจากประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ที่เป็นภาคสมัครใจที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ ซึ่งเมื่อเป็นประกันภาคบังคับ จึงต้องทำการต่อ พ.ร.บ. ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งหากว่าคุณพลาดพลั้งไป หรืออาจจะละเลยปล่อย พ.ร.บ. รถขาดก็จะส่งผลเสียดังนี้

เกิดอุบัติเหตุจะไม่ได้รับความคุ้มครองเช่นเดิม

อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า พ.ร.บ. รถยนต์ก็ถือว่าเป็นประกันรถยนต์อีกแบบหนึ่ง ซึ่งก็มีไว้เพื่อให้ความคุ้มครองกรณีที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งแม้ว่าค่าใช้จ่ายในการชดเชยต่าง ๆ อาจจะไม่สูงเท่าหรือการดูแลในกรณีอื่น ๆ จะไม่ครอบคลุมเหมือนกับประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ที่เป็นประกันภาคสมัครใจก็ตาม แต่อย่างน้อย ๆ ก็ยังมีค่าชดเชยต่าง ๆ ให้เรา ดีกว่าไม่มีการคุ้มครองชดเชยใด ๆ เลย

หลายคนเข้าใจว่าถ้าพ.ร.บ. รถขาดไปแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองใด ๆ เลย ความจริงก็ไม่ใช่เช่นนั้นทั้งหมด แม้ พ.ร.บ. รถจะขาดไป แต่กฎหมายก็ยังระบุไว้ในเรื่องความคุ้มครองกรณีอุบัติเหตุไว้ดังนี้

  • กรณีอุบัติเหตุมีคู่กรณีและคุณเป็นฝ่ายถูก – พ.ร.บ. รถจะยังดูแลค่ารักษาพยาบาลให้คุณ แต่ไม่เกิน 15,000 บาท หากเสียชีวิตก็จะชดเชยให้ไม่เกิน 35,000 บาท
  • กรณีอุบัติเหตุมีคู่กรณีและคุณเป็นฝ่ายผิด – ผู้เสียหายจากไปเรียกร้องค่าเสียหายจากกรมการประกันภัย หลังจากนั้นกรมการประกันภัยก็จะมาเรียกเก็บคืนจากคุณ และคุณจะถูกเก็บค่าปรับกรณีที่ปล่อยพ.ร.บ. รถขาดเพิ่มด้วย
  • กรณีอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณี – คุณจะไม่ได้รับความคุ้มครองและค่าชดเชยใด ๆ

พ.ร.บ. รถขาดต้องเสียค่าปรับ

พ.ร.บ. รถเป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับว่ารถทุกคันต้องมี และจะต้องทำการต่อไม่ให้หมดอายุ ซึ่งถ้าคุณปล่อยขาดนั่นเท่ากับว่าทำสิ่งที่ขัดต่อข้อกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายจราจร ซึ่งในกรณีที่พ.ร.บ. รถขาดคุณมีโอกาสถูกเปรียบเทียบปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท หลังจากนั้นคุณก็จะต้องทำการต่อพ.ร.บ. รถยนต์เหมือนเดิม ซึ่งถ้าพ.ร.บ. รถขาดแค่ 1 ปีก็อาจจะไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรมาก

แต่กรณีที่พ.ร.บ. รถขาดมากกว่า 1 ปีขึ้นไป ตรงนี้นอกจากค่าปรับแล้ว ยังจะต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อย่างค่าปรับเรื่องภาษี ค่าเช็กสภาพรถ ค่าจดทะเบียนใหม่ด้วย ซึ่งรวม ๆ แล้วก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลย

ทั้งหมดนี้ก็คงพอจะทำให้ทุกคนเห็นว่าพ.ร.บ. รถยนต์มีความสำคัญเช่นไร เราจึงไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้ พ.ร.บ. รถขาด แต่การใช้รถในวันนี้การทำพ.ร.บ. รถยนต์ที่เป็นประกันภาคบังคับอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ควรจะมีประกันภัยภาคสมัครใจไว้เสริมความมั่นใจด้วย ซึ่งถ้าใครสนใจทำประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 หรือชั้นอื่น ๆ แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะทำที่ไหน ลองให้ EasyCompare เป็นผู้ช่วยของคุณดูสิ เชื่อว่าคุณจะตัดสินใจเลือกประกันที่ตอบโจทย์ได้ง่ายขึ้น